ข้อมูลทั่วไปเทศบาลตำบลเชิงดอย
อำนาจหน้าที่ของเทศบาล
โครงสร้างการบริหารงาน
คณะผู้บริหาร
สภาเทศบาลตำบลเชิงดอย
โครงสร้างส่วนราชการ
หัวหน้าส่วนราชการ
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
กองสาธารณสุข
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
- แผนพัฒนา 4 ปี
- เทศบัญญัติงบประมาณ
- แผนอัตรากำลัง 3 ปี
- รายงานการประชุมสภา
รายการประชุมคณะผู้บริหารท้องถิ่น
- งบการเงิน
- แผนการดำเนินงาน
โรงเรียนชราบาลวุฒิวิทยาลัย
โครงการธนาคารความดี
เมนูธนาคารความดี
รายการแลกสิ่งของธนาคารความดี
รายงานผลควบคุมภายใน
องค์กรแห่งการเรียนรู้
รายงานการประเมินความพึงพอใจต่อองค์กร
รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี
จดหมายข่าว
รายงานผลการประเมิน LPA
โครงการสภาภูมิปัญญาแก้ไขปัญหาท้องถิ่น
รายงานงานผลการดำเนินงาน
แผนผังกระบวนการรับเรื่องราวร้องทุกข์
คู่มือการปฏิบัติงานของสำนักปลัดฯ
แผนการส่งเสริมการท่องเที่ยว
แผนเสริมสร้างมาตรฐานป้องกันการทุจริต
 
ขณะนี้ 30 คน
สถิติวันนี้ 1281 คน
สถิติเดือนนี้ 23630 คน
สถิติปีนี้ 318112 คน
สถิติทั้งหมด 950065 คน
ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2556
ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซต์ของเทศบาลตำบลเชิงดอย ให้บริการด้านข้อมูลข่าวสาร และประชาสัมพันธ์ข่าวกิจกรรมต่างๆ ของเทศบาล ติดต่อสอบถามโทร.053-104900
 
 
 

16 กันยายน วันโอโซนโลก 2562 World Ozone Day [16 ก.ย. 62]

วันโอโซนโลก 2562 ตรงกับวันที่ 16 กันยายน ของทุกปี เป็นวันที่ให้ความสำคัญกับบรรยากาศโลกชั้นโอโซนซึ่งมันมีบทบาทสำคัญในสภาพแวดล้อม

วันโอโซนโลก

วันโอโซนโลก World Ozone Day นานาประเทศได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมจึงได้ร่วมกันจัดทำอนุสัญญาการป้องกันชั้นบรรยากาศโอโซน ขึ้นในปี 2528 เรียกว่า “อนุสัญญาเวียนนา และพิธีสาร ว่าด้วยการเลิกใช้สารทำลายชั้นโอโซน” ขึ้น และ ในปี 2530 ได้จัดให้มีการลงนาม เรียกว่า “พิธีสารมอลทรีออล”

สาระสำคัญของอนุสัญญาเวียนนานับว่าเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่มุ่งมั่นในการ พิทักษ์ ชั้นโอโซน และ เป็นเครื่องมือทางกฎหมายข้อแรกที่กลายเป็นรูปแบบของการแก้ปัญหา สิ่งแวดล้อมร่วมกัน ปัจจุบันมีประเทศที่ร่วมให้สัตยาบันแล้วรวม 191 ประเทศพิธีสารมอนทรีออลกับการช่วยปกป้องมนุษยชาติ พิธีสารมอนทรีออล กำหนดให้ประเทศภาคีสมาชิก ลดและเลิกการผลิตและการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน โดยเป็นการลดในรูปแบบขั้นบันได เพื่อให้ไม่ให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศภาคีสมาชิกทั่วโลก

หากไม่มีพิธีสารมอนทรีออลฉบับนี้ ชั้นบรรยากาศโอโซนที่คอยช่วยกรองรังสียูวีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบน โลกจะถูกทำลายลง โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติได้ประเมินไว้ว่า หากพิธีสารมอนทรีออลไม่ได้ถูกจัดตั้งขึ้น จำนวนคนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งผิวหนังในอีก 40 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นสูงถึง 19 ล้านคนทั่วโลก และ 130 ล้านคนจะเป็นโรคตาต้อกระจก แม้ว่าระยะเวลาดังกล่าวจะดูเหมือนค่อนข้างนาน แต่ด้วยการเจริญเติบโตทางอุตสาหกรรม สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนจะยิ่งถูกผลิตมากขึ้นและนำไปใช้ในปริมาณมาก ปฏิกิริยาการทำลายโอโซนก็จะยิ่งสูงขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้พิธีสารมอนทรีออลยังมีส่วนในการช่วยชะลอปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศไปอีก 10 ปี กล่าวคือ หากไม่มีพิธีสารดังกล่าว โลกจะเผชิญกับปัญหาการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศเร็วขึ้นอีก 10 ปี

สำหรับประเทศไทยได้ร่วมลงนามในพิธีสารนี้ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2531 และให้สัตยาบัน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2532 มีผลบังคับใช้ต่อประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2532

วันโอโซนโลกมีความสำคัญอย่างไร

  • เพื่อกระตุ้นให้ประเทศปฏิบัติต่ออนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก
  • เพื่อช่วยกันลดใช้สาร CFC และสารฮาลอนซึ่งเป็นตัวทำลายบรรยากาศโอโซนในชั้นบรรยากาศสาร CFC (Chlorofluorocarbon) รวม 5 ชนิดและสารฮาลอน (Holon) 3 ชนิด รวมสารควบคุมทั้งสิ้น 8 ชนิด ซึ่งสารเหล่านี้ถูกใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น สารทำความเย็นในตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ใช้เป็นก๊าซสำหรับเป่าโฟม และเป็นฉนวนในโฟมรวมทั้งใช้เป็นตัวทำละลายในการทำความสะอาด ล้างคราบไข มันสิ่งสกปรกในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือแม้แต่สารที่อยู่ในกระป๋องสเปรย์ ผลของพิธีสารในขั้นต้นสารเคมีที่ถูกควบคุม คือ สารฮาลอนใช้เป็นสารดับเพลิงในอุปกรณ์ป้องกัน และระงับอัคคีภัยซึ่งการใช้สาร CFC ก็มีมากในการอุตสาหกรรม นั่นคืออุตสาหกรรมยิ่งพัฒนา ก็จะมีการทำลายโอโซนกันมากเท่านั้น

โอโซน คือ

โอโซน (Ozone หรือ O3) คือ โอโซนเป็นก๊าซที่ถือกำเนิดขึ้นมาโดยธรรมชาติ เช่นจาก ปรากฏการณ์ฟ้าผ่า แสงจากดวงอาทิตย์ เป็นต้น ซึ่งเราจะสังเกตุได้ง่าย ๆ ว่า หลังจากที่ฝนตก อากาศจะสดชื่นขึ้น มลพิษในอากาศจะลดลง เป็นผลสืบเนื่องมาจากมีปริมาณโอโซนที่เพิ่มขึ้น โอโซนมีโมเลกุลที่ประกอบจากออกซิเจน 3 อะตอม เกิดจากการรวมตัวกันของก๊าซออกซิเจน 1 โมเลกุลกับอะตอมออกซิเจนอิสระ 1 อะตอมที่แตกตัวจากก๊าซออกซิเจนโดยการกระตุ้นของรังสีอัลตร้าไวโอเลตซี (UV-C) ปรากฏอยู่ในชั้นบรรยากาศของโลกโดยที่ชั้นสตราโทสเฟียร์ (Stratosphere) ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ระดับความสูงระหว่าง 10 – 50 กิโลเมตรจากผิวดินเป็นชั้นบรรยากาศที่มีโอโซนหนาแน่นที่สุด หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นชั้นที่ผลิตแหล่งก๊าซโอโซน โดยชั้นโอโซนดังกล่าวทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกัน ปกป้องพืชและสัตว์จากรังสีที่แผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะรังสีอัลตร้าไวโอเลตบี (UV-B) ซึ่งเป็นรังสีที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและธรรมชาติหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป

ก๊าซโอโซนถูกค้นพบครั้งแรกโดยนักเคมีชาวดัตช์ ชื่อ วอน มารุม (Van Marum) จากอุปกรณ์จับปริมาณก๊าซ โดยนายมารุมได้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์รอบ ๆ ขั้วผลิตกระแสไฟฟ้าจากอุปกรณ์ชุดทดลองของเขา อย่างไรก็ตาม การค้นพบโอโซนได้ถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรในปี 2383 คือ คริสเตียน ฟรีดริช เชินไบน์ (Christian Friedrich Schönbein) นักเคมีชาวเยอรมัน โดยเขาตั้งชื่อก๊าซตามภาษากรีกคำว่า ozein ซึ่งแปลว่ากลิ่น หลังจากนั้น เครื่องผลิตโอโซนเครื่องแรกได้ถูกผลิตโดย วอน ซีเมนต์ (Von Siemens) ในกรุงเบอร์ลิน (Berlin)

โอโซนเข้มข้นมีสีฟ้าที่อุณหภูมิและความดันมาตรฐาน (Standard Temperature and Pressure; STP) เมื่ออุณหภูมิลดลงถึง -112 °C โอโซนจะเป็นเป็นของเหลวสีน้ำเงิน และเมื่ออุณหภูมิลดต่ำกว่า -193 °C ก็จะกลายเป็นของแข็งสีดำ

มนุษย์ได้นำโอโซนไปใช้ประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน เช่น นำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตเคมีภัณฑ์ นำไปใช้เป็นสารซักฟอก ใช้ฆ่าแบคทีเรีย เป็นต้น ก๊าซโอโซนจัดเป็นก๊าซพิษ การสูดดมก๊าซโอโซนเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ซึ่งแตกต่างจากคำว่าโอโซนที่บางครั้งถูกใช้ในบริบทของการท่องเที่ยวหรือการพักผ่อนหย่อนใจ เช่นในวลีว่า “สูดโอโซน” Ozone, “รับโอโซน” หรือ “แหล่งโอโซน” เป็นต้น ถือว่าเป็นการใช้โอโซนผิดความหมาย เพราะความจริงแล้วโอโซนมีความเป็นพิษต่อมนุษย์ บริเวณที่มีโอโซนมากในประเทศไทย ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมแก่งคอย นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และย่านถนนสีลมในกรุงเทพมหานคร คำว่าโอโซนที่ใช้กันผิด ๆ จะหมายถึง ออกซิเจนหรืออากาศบริสุทธิ์ซึ่งดีต่อระบบการหายใจ ไม่ใช่ก๊าซโอโซนที่เป็นพิษ มีอันตรายต่อสุขภาพ

คุณสมบัติก๊าซโอโซน

  1. ฆ่าเชื้อโรคได้รวดเร็ว โดยเฉพาะแบคทีเรีย (ทำให้เกิดโรคและกลิ่นเหม็น) ที่ความเข้มข้นเพียง 0.01-0.04 PPM
  2. ทำลายกลิ่น สารเคมี และก๊าซพิษได้ดีเยี่ยม
  3. ไม่ทิ้งพิษตกค้าง เพราะเมื่อทำปฏิกิริยากับมลพิษเสร็จทุกครั้ง จะได้ออกซิเจน (O2) จึงเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดี
  4. สามารถผลิตขึ้นได้จากอากาศทั่วไป และบริเวณที่มีไฟฟ้าใช้
  5. สามารถควบคุมได้ง่ายอย่างอัตโนมัติ
  6. ค่าใช้จ่ายในการใช้งานและบำรุงรักษาต่ำมากและใช้ได้ตลอดไป ไม่ต้องคอยเปลี่ยนอันใหม่ เหมือนสารเคมีดับกลิ่นอื่น ๆ

เนื่องจากโอโซนมีข้อดีต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าเชื้อ กำจัดมลพิษ ในราคาที่ไม่สูง จึงทำให้เราพบเห็นการนำโอโซนไปใช้งานอย่างกว้างข้าง เช่น โรงงานผลิตน้ำดื่มผ่านการฆ่าเชื้อด้วยน้ำโอโซน, เครื่องฟอกอากาศ, เครื่องปรับอากาศในบ้าน เป็นต้น

ผลกระทบของโอโซน

ผลกระทบที่เป็นอันตรายที่สุด คือ โอโซนในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ที่ลดลงจะทำให้รังสี UV-B ที่ส่องมาถึงโลกได้มากขึ้น ส่งผลให้มนุษย์ได้รับรังสีมากขึ้น ซึ่งเป็นการทำลายโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบในร่างกาย รวมทั้งนัยน์ตา และยังทำลายสาร DNA ที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง นอกจากนี้ยังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

ผลกระทบที่มีต่อพืช สำหรับพืชชนิดที่ไวต่อรังสีเช่น ฝ้าย ถั่วต่าง ๆ แตงและผัก จะมีการเจริญเติบโตช้าลง และบางส่วนของเกสรไม่สามารถผสมได้ รังสีนี้เป็นตัวทำลายฮอร์โมนและคลอร์ฟีลล์ซึ่งทำหน้าที่ในการสังเคราะห์แสงได้น้อยลง ถ้าโอโซนยังถูกทำลายลงไปก็จะทำให้ผลผลิตการเกษตรและป่าไม้ของเราลดลง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผลกระทบต่อสัตว์ รังสี UV-B สามารถทะลุลงไปในน้ำและทำลายพืชน้ำประเภทสาหร่ายเซลเดียว ซึ่งเป็นจุดกำเนิดห่วงโซอาหารในทะเล ถ้าหากมีรังสีนี้เพิ่มขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลทั้งระบบ จะทำให้ปริมาณสัตว์น้ำลดลง

ผลกระทบในด้านมลภาวะ เป็นการเพิ่มมลพิษในอากาศให้สูงขึ้นอีกด้วย เพราะโอโซนเป็นก๊าซพิษ ถ้าปริมาณโอโซนในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ลดลงรังสี UV-B จะแผ่ลงมาในบรรยากาศชั้นโทรโพสเฟียร์ ซึ่งมีระดับต่ำกว่าทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีเพิ่มขึ้น นั้นคือ พื้นที่ใดที่มีระดับไนโตรเจนออกไซด์สูงพอที่จะทำให้เกิดผลิตผลของโอโซน ก็จะทำให้เกิดมลพิษในอากาศเพิ่มขึ้น และก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพอีกทางหนึ่งด้วย

ผลกระทบต่อวัสดุมากมายหลายชนิด จะทำให้วัสดุเสื่อมสภาพเร็วขึ้น พลาสติกที่ใช้นอกอาคารจะมีอายุการใช้งานสั้นลงอย่างมาก เว้นแม้แต่วัสดุที่ทำจากแผ่นโพลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) ดูเหมือนว่าจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ และอีกมายมาย

แหล่งที่มา : https://www.nanitalk.com/interesting-story/important-day/5059?fbclid=IwAR1asmNIVDK8kjZBdDPR324ytHJjFy9H0zo8TsARy27jF7hP7bm_VtuzKb4

 

 
 
 
 

Copyright © 2013-2019 โดย เทศบาลตำบลเชิงดอย - www.cheongdoi.go.th
สำนักงานเทศบาลตำบลเชิงดอย เลขที่ 242/1 หมู่ 12 ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ 50220 โทรศัพท์. (053) 104900

เว็บไซต์ออกแบบและพัฒนาโดย www.click2solutions.com